Blog

นิยามความเป็น ‘Great Engineer’ ที่ Omise Pro: แกะรอยวิธีคิดและบทเรียนสำคัญ จากการสร้างทีมเพื่อ ตอบสนองความท้าทายในปัจจุบัน

September 01, 2026

คนส่วนใหญ่อาจนิยามการเป็นสุดยอดซอฟต์แวร์เอนจิเนียร์ หรือ “Great Software Engineer” ว่าต้องสามารถเขียนโค้ดได้อย่างเป็นระบบ (Clean Code) ต้องสามารถแก้โจทย์อัลกอริทึมที่ซับซ้อนได้ หรือต้องเป็นผู้นำการใช้เทคโนโลยีและเฟรมเวิร์ก (Framework) ใหม่ๆ ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเป็น Great Engineer ทว่า จากประสบการณ์ในการสร้างและขับเคลื่อนทีมที่ Omise Pro ชี้ให้เห็นว่าทักษะทางเทคนิค (Technical Skill) ต่างๆ เหล่านั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัจจัยสู่ความสำเร็จเท่านั้น

Great Engineer ในแบบฉบับของ Omise Pro ไม่ใช่แค่บุคคลที่เขียนโค้ดได้เก่งเพียงอย่างเดียว หากแต่พวกเขายังต้องเป็นทั้งนักแก้ปัญหา (Problem Solver) นักคุมมาตรฐาน (Quality Owner) นักสื่อสาร (Communicator) และนักเรียนรู้ (Learner) ซึ่งการสร้างและรวบรวมทีมงานคุณภาพเหล่านี้... ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญเกิดขึ้นได้ง่ายๆ

โจทย์สำคัญคือ... เราจะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

1. ต้องเป็นนักลุยแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่ส่งมอบตั๋ว (Ticket)

ซอฟต์แวร์เอนจิเนียร์ที่ Omise Pro จะไม่เอาแต่รอคำสั่งว่าต้องทำอะไรในแต่ละวัน พวกเราจะกล้าตั้งคำถามอย่างถูกจุด และตั้งข้อสังเกตเมื่อเห็น Requirement ที่ไม่สมเหตุสมผล ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเราสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่ลูกค้าใส่ใน requirements กับสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ ได้

ภาพที่คุณสามารถเห็นได้ทุกวันใน Omise Pro คือ เมื่อซอฟต์แวร์เอนจิเนียร์พบว่าฟีเจอร์ที่กำลังพัฒนาไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริง พวกเราจะไม่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำ แต่จะเลือกหยิบประเด็นเหล่านั้นขึ้นมาถกพร้อมเหตุผลสนับสนุน ทีมจึงสามารถส่งมอบโซลูชันที่ดียิ่งๆ ขึ้นไปได้ สิ่งนี้ไม่ได้อาศัยเฉพาะทักษะทางเทคนิคเท่านั้น แต่มันคือ 'วิจารณญาณ' (Judgment) ในการทำงานอย่างแท้จริง

Great Engineer ของ Omise Pro เข้าใจว่างานของพวกเราไม่ใช่แค่การปิดตั๋ว แต่คือการช่วยสร้างสิ่งที่ใช่

2. มุ่งเน้นคุณภาพ มากกว่าแค่การส่งมอบ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า "ความเร็ว" คือปัจจัยสำคัญในการพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ความเร็วที่แลกมาด้วยการลดทอนคุณภาพมักนำไปสู่ความซับซ้อน หนี้ทางเทคนิค (Technical Debt) และต้นทุนในการแก้ไขที่สูงกว่ามากในระยะยาว

ที่ Omise Pro เราเชื่อมั่นในแนวคิด Shift-Left Approach เพราะคุณภาพไม่ใช่สิ่งที่ควรรอไปตรวจสอบในขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาระบบ แต่เป็นสิ่งที่ต้องถูกออกแบบ วางรากฐาน และสร้างขึ้นตั้งแต่วันแรกของการพัฒนา เพื่อให้ทุกการตัดสินใจ ทุกบรรทัดของโค้ด และทุกกระบวนการ ล้วนขับเคลื่อนไปสู่ซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพตั้งแต่ต้น

ในเชิงปฏิบัติเห็นได้ว่าเหล่าซอฟต์แวร์เอนจิเนียร์ที่​ Omise คิดเกี่ยวกับ Edge Cases ตั้งแต่ออกแบบระบบ โดยไม่รอจนเขียนโค้ดทั้งหมดเสร็จ สำหรับเรา การเขียนบททดสอบ (Test cases) ที่ครอบคลุมถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของคำว่าส่งมอบงานสำเร็จ ไม่ใช่สิ่งที่จะทำไปตามหลัง สำหรับเราความเข้าใจที่ชัดเจนต้องถูกสร้างตั้งแต่เก็บ Requirement ก่อนที่มันจะหลุดไปเป็นบั๊กบนระบบ Production

เมื่อซอฟต์แวร์เอนจิเนียร์ใส่ใจเรื่องคุณภาพตั้งแต่เริ่ม ไม่ใช่แค่รีบจบงาน ทีมจึงใช้เวลาตามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า (Firefighting) น้อยลงและมีเวลาสร้างโซลูชันใหม่ๆ มากขึ้น และนี่คือซอฟต์แวร์เอนจิเนียร์ในแบบที่เราสร้างที่ Omise Pro

Great Engineer ของ Omise Pro เข้าใจว่างานของพวกเราไม่ใช่การส่งมอบโค้ดให้เร็วที่สุด แต่คือการสร้างทุกโซลูชันด้วยโค้ดที่มีคุณภาพตั้งแต่เริ่ม

3. สื่อสารแบบพาร์ตเนอร์คู่คิด ไม่ใช่เป็นแค่ผู้รับจ้าง

หนึ่งในทักษะที่ถูกมองข้ามในสายงานของเราคือ 'การสื่อสาร' ซึ่งไม่ใช่แค่การนำเสนอหรือความสามารถในการเขียนเอกสาร แต่รวมถึงความสามารถในการสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างแท้จริง การทำความเข้าใจถึงข้อกังวลที่แท้จริงของคุณ แล้วนำสิ่งนั้นมาสรุปเป็นแนวทางการตัดสินใจเชิงเทคนิคที่ทีมสามารถนำไปลงมือปฏิบัติได้จริง

ซอฟต์แวร์เอนจิเนียร์ที่ประสบความสำเร็จที่ Omise Pro จะมาพร้อมข้อมูลและความเข้าใจในบริบทของงาน พวกเราจะตั้งคำถามที่สะท้อนกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างละเอียด พร้อมทั้งคอยแจ้งเตือนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแต่เนิ่นๆ ก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นเซอร์ไพรส์ นอกจากนี้ พวกเรายังเรียนรู้วิธีที่จะสื่อสารในแบบที่ลูกค้าจะเชื่อและให้ความไว้วางใจเวลาที่เราแจ้งว่า 'งานที่คุณต้องการอาจยากกว่าที่คุณคิด'

เรามุ่งมั่นพัฒนาทักษะนี้ให้กับทุกคนในทีมอย่างจริงจัง โดยสนับสนุนให้ซอฟต์แวร์เอนจิเนียร์ทุกคนมีความรับผิดชอบต่อผลงานตนเองตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับความต้องการของระบบไปจนถึงนาทีที่ระบบเปิดใช้งานจริง (Go Live) เพราะซอฟต์แวร์เอนจิเนียร์ที่มีทักษะการสื่อสารที่ดีนั้น ไม่เพียงแต่จะส่งมอบผลลัพธ์ของงานที่ยอดเยี่ยมกว่า แต่พวกเขายังสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการทำงานร่วมกันได้อีกด้วย

Great Engineer ของ Omise Pro เข้าใจว่างานของพวกเราไม่ใช่แค่การส่งมอบโค้ด แต่คือการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งผ่านการสื่อสารที่ชัดเจน

4. เรียนรู้อยู่เสมอ เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

วงการเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เฟรมเวิร์กที่เคยเป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดผ่านไป 3 ปีก็กลายเป็นระบบที่ล้าสมัย (Legacy) หรือแม้กระทั่งเครื่องมือ AI ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเมื่อ 18 เดือนที่แล้ว ก็กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีที่เรา เขียน ทดสอบ และตรวจสอบโค้ดไปอย่างสิ้นเชิง

ในช่วงนี้ ซอฟต์แวร์เอนจิเนียร์ที่เป็นที่ต้องการในตลาดคือกลุ่มคนที่ไม่เคยหยุดเรียนรู้ ไม่ใช่เพราะถูกบริษัทบังคับแต่เป็นเพราะพวกเรามี DNA ของความกระหายใคร่รู้เมื่อมีสิ่งใหม่ๆ และความเป็นไปได้ใหม่ๆ เกิดขึ้น

ที่ Omise Pro เราสามารถเห็นสิ่งนี้ได้โดยทั่วไปในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นเหล่าซอฟต์แวร์เอนจิเนียร์ที่กำลังทดลองใช้เครื่องมือ AI ช่วยตรวจสอบโค้ดที่เขียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ หรือทีมที่คอยศึกษาค้นคว้าว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ได้อย่างไรบ้าง ไปจนถึงกลุ่มที่แบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจากการทำงานในบริษัท ซึ่งย้ำว่าไม่ใช่เพราะถูกบังคับ แต่เป็นเพราะพวกเรารักที่จะทำ

พวกเราแบ่งเวลาให้กับการเรียนรู้แบบนี้เสมอ เพราะสำหรับเราแล้วการเรียนรู้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำแค่นอกเวลางาน แต่เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานทุกๆ วันของเรา เพราะเราค้นพบแล้วว่าทีมที่สนใจศึกษาเรื่องใหม่ๆ อยู่เสมอ จะสามารถส่งมอบงานที่ดีกว่าได้ ไม่ใช่แค่ในวันนี้ แต่รวมถึงในระยะยาว

Great Engineer ของ Omise Pro เข้าใจว่างานของพวกเราไม่ใช่แค่การใช้ทักษะที่มีติดตัวเท่านั้น แต่คือการเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในทุกวัน

กว่าจะเป็น Omise Pro

การสร้างทีมแบบนี้คือหนึ่งในสิ่งที่ท้าทายและมีความหมายที่สุดสำหรับเรา เพราะเราไม่ได้มองแค่การหาคนที่มีทักษะทางเทคนิคที่ดี แต่ให้ความสำคัญกับวิธีคิด (Mindset) ความตั้งใจที่จะเรียนรู้ และศักยภาพในการเติบโตไปพร้อมกับทีม

เราเชื่อว่าการลงทุนกับการพัฒนาคน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ กล้าลอง และสนับสนุนกัน คือรากฐานของทีมที่แข็งแรง นี่คือวัฒนธรรมการทำงานที่เราอยากสร้างและรักษาไว้ เพื่อให้ซอฟต์แวร์เอนจิเนียร์ทุกคนสามารถแสดงศักยภาพได้

ที่ Omise Pro เรากำลังสร้างสิ่งนี้ให้เป็นจริง…

บทความนี้เป็นบทความแรกจากซีรีส์ Omise Pro ที่จะพาไปรู้จักผู้คน วิธีคิด และเรื่องราวเบื้องหลังการทำงานของทีม ผ่านประสบการณ์ บทเรียน และผลงานที่ภาคภูมิใจ

ติดตามเรื่องราวจากผู้เชี่ยวชาญในทีม Omise Pro ได้ในบทความต่อๆ ไป